ข่าวไทยรัฐออนไลน์:: Breaking news

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

อาการหนาวๆ มาแล้วววว ผิวแห้งทำไงดีวันนี้เรามีเคล็ดไม่รับมาบอกกันคร้า

หน้าสวยใส รับลมหนาว.....
บ้านเรา ลมหนาวมา พาชื่นใจ แต่อากาศแห้งก็ทำร้ายผิวได้มาก ผิวใสจะกลายเป็นผิวขุย ต้องป้องกัน หมดฝน เริ่มต้นฤดูกาลสดใสของบ้านเรา ทั้งท่องเที่ยวธุรกิจการค้า ต่างคึกคักดูดเงินจากกระเป๋าของเรา สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ต้องยับยั้งชั่งใจให้มาก แต่ความสวยความใสก็ต้องไม่ถอยหนี เพียงแต่เลือกซื้อเลือกใช้ให้เหมาะกับเงินในกระเป๋า
อากาศที่แห้ง ทำให้ความชุ่มชื้นของผิวลดลง มาดูวิธีการปฏิบัติตนให้ผิวใสรับหน้าหนาวกัน




1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ
อากาศเย็น หลายคนลดการดื่มน้ำลง ไม่อยากเข้าห้องน้ำบ่อยๆ แต่อย่าลืมว่าน้ำคือส่วนประกอบสำคัญ 70% ของร่างกายเรา ดื่มให้พอเหมาะ ร่างกายจะปรับตัวเอง ดูว่าตัวเองดื่มน้ำเพียงพอไหม ให้ดูจากสีปัสสาวะ ถ้าเข้มเหลืองเกินไป แปลว่า ร่างกายคุณต้องการน้ำ เซลล์ที่ไม่ขาดน้ำก็ทำให้ผิวเราไม่แห้งไม่ตึงโดยธรรมชาติ

2. ฉลาดเลือกครีมบำรุง
ครีมทาผิว ครีมทาหน้า ราคาถูกมากๆ หรือราคาปานกลางมักจะมีส่วนผสมของน้ำมันปิโตรเลียมที่เรารู้จักกันดีว่า Mineral Oil น้ำมันแร่ หน้าที่ของมันคืออุดปิดผิวเราเคลือบด้วยน้ำมัน แต่ไม่ได้ทำให้ผิวเราชุ่มชื้นขี้นมาเลย คุณทาแล้วอาจต้องทาซ้ำ โดยรวมอาจเปลืองกว่าครีมที่ราคาสูงกว่า

ควรเลือกครีมบำรุงที่ระบุส่วนผสมสำคัญ เช่น Humectant กรดไฮยารูโลนิค ซึ่งเป็นสารสำคัญในการสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยดึงเอาความชื้นจากอากาศ (ที่มีอยู่น้อยในหน้าหนาว) มาสู่ผิวเรา

3. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น
หน้าหนาวแบบนี้ เครื่องทำน้ำอุ่นมีโปรโมชั่นล่อใจมากมาย ลองถามคนที่เคยใช้แล้วสิ จากนั้นก็จะหายอยาก การอาบน้ำอุ่นให้ความสบายในขณะอาบ แต่ทำลายความชุ่มชื้นของผิวมหาศาล หน้าหนาวอากาศแห้งอยู่แล้ว อาบน้ำอุ่นซ้ำเข้าไปอีกคงได้แห้งกันแบบตกสะเก็ดแน่

เครื่องทำน้ำอุ่น ต้องเดินสายดินให้ปลอดภัย ส่วนเครื่องทำน้ำร้อนก็เป็นตัวกินไฟอย่างร้ายกาจ เอาเงินที่จ่ายไปซื้อครีมบำรุงดี ๆ หรือวิตามินเสริมดูจะคุ้มค่ากว่านะ

4.อย่าขัดผิวบ่อย
หลายคนรู้สึกว่าเนื้อตัวไม่สะอาดเพราะไม่ได้ขัดสีฉวีวรรณ ก็เหมาะในยามที่เนื้อตัวเหนอะหนะ แต่หน้าหนาว อากาศแห้งลง ต้องลดการขัดผิวลง จากเดิมอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เหลือแค่หนึ่งก็ไม่ทำร้ายผิวจนเกินไป ส่วนผู้ที่ไม่รู้จักว่าขัดผิวเป็นอย่างไร ก็ลองปรนนิบัติตัวดูบ้าง


5. เลือกทานอาหารให้พลังงาน
ทำไมคนเมืองหนาวมักมีขนาดมื้ออาหารใหญ่กว่าคนเมืองร้อน ก็เพราะต้องการพลังงานมาก อาหารบางประเทศก็อุดมด้วยเครื่องเทศ พริก ก็เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย หน้าหนาวบ้านเราก็มีอาหารไทยแบบเผ็ดร้อนเหมาะกับฤดูกาล เช่น อาหารหนักเครื่องเทศ ต้มยำกุ้ง ที่มีทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนู

6. ครีมกันแดดจำเป็นที่สุด
เลิกคิดว่าครีมกันแดดมีหน้าที่แค่กันไม่ให้หน้าดำ แต่หน้าที่หลักของมันคือ ปกป้องตัวทำให้ผิวเราเหี่ยวย่นก็คือ UVA เป็นตัวอนุมูลอิสระเร่งให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและสร้างริ้วรอยได้อย่าง รวดเร็ว
หน้าหนาว ท้องฟ้าโปร่ง แดดแรงกว่าปกติ พลาดลืมกันแดด หน้าใส ๆ ที่เคยภูมิใจอาจกลายเป็นเปาบุ้นจิ้นได้ในพริบตา

7. เลือกเสริมวิตามิน
สำหรับคนที่พิถีพิถันกับผิวมากขึ้นไปอีก ความสวยใสจากภายในก็สามารถเลือกเสริมได้ อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินสำหรับผิว เช่น วิตามินอี
แต่ถ้าอยากจะเสริมก็สามารถเพิ่มได้ วิตามินอี 200-400 IU ต่อวันหรือถ้าจะให้เกิดประโยชน์ได้หลายขนาน โอเมก้า 3 ก็เป็นตัวครอบจักรวาลเพราะผิวก็ใส หลอดเลือดก็สะอาด สมองก็แจ่มใส ผิวจะชุ่มชื้นขึ้นมาทันที
แต่สำหรับอีฟนิ่ง พริมโรส ไม่แนะนำให้กินอีกแล้วเพราะมีผลงานวิจัยหลัง ๆ มา บอกถึงผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งนี้เพราะเรากินอาหารที่อุดมด้วยไขมันพืช สูงกว่าสมัยก่อน โอเมก้า 6 ในพริมโรส ราได้เพียงพอไม่ขาดแล้ว

8. ครีมบำรุงก่อนนอนต้องมี
หน้าหนาวอากาศดี อาจจะไม่ได้เปิดแอร์นอน แต่จะเปิดหรือไม่เปิดก็ตาม อย่าปล่อยให้ผิวถูกทำลายความชุ่มชื้นในเวลาพักผ่อน เลือกครีมบำรุงที่ดีเหมาะกับผิว ที่เข้มข้นพอเหมาะ ดูง่ายๆว่าเหมาะหรือไม่ ตื่นนอนส่องดูหน้า ถ้าหน้ามันก็อาจจะใช้ครีมหนักไป หรือเข้มข้นเกินไป แต่ถ้าตื่นมาหน้าแห้ง ก็แสดงว่าความชุ่มชื้นที่ได้จากครีมไม่พอ ต้องเติม

ลองนำไปปฏิบัติตัว  หน้าหนาวเป็นฤดูกาลที่ทุกคนเบิกบาน ถ้าปล่อยใบหน้าเป็นขุย ลอก แล้วจะไปโชว์ใครที่ไหนได้ คนใกล้ตัวเขาจะหนี คนห่างตัวก็ไม่มอง แล้วจะโทษใครดี555+

ขอขอบคุณที่มาจาก   never-age



วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สัปดาห์นี้เรามี พฤติกรรมเสี่ยง แก่ มาบอกกันคงไม่มีใครอยากแก่กันใช่ไหมละคะ แต่พฤติกรรมที่คุณกำลังทำนั้นทำให้คุณแก่อยู่หรือป่าวละ โฮะๆ....

      ไม่ว่าจะ ผู้หญิงผู้ชายทุก คนแค่ได้ยินคำว่า ‘แก่' ก็พาลอารมณ์เสียแล้ว แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกทำพฤติกรรมเสี่ยงๆ เหล่านี้ รับรองว่าความแก่จะมาเยือนโดยที่คุณไม่รู้ตัวแน่!!!

 



นอนดึก สาวๆ ทำงานหลายคนใช้เวลาช่วงเย็นถึงกลางคืนหมดไปอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้สึกตัวว่าควรนอนซะทีก็ดึกเกินไปแล้ว มีงานวิจัยระบุว่าการนอนดึกนอกจากจะมีผลต่อความดันโลหิต น้ำหนักตัว และโรคเบาหวานแล้ว ยังทำให้คุณดูแก่ขึ้นด้วย โดยปกติแล้วร่างกายต้องการพักผ่อนราว 7-8 ชั่วโมง แต่จำนวนชั่วโมงการนอนที่เหมาะสมของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ถ้าอยากทราบว่าร่างกายของเราต้องการนอนมากแค่ไหน ให้ลองปิดนาฬิกาปลุกในวันที่เหนื่อยมากๆ และต้องการพักผ่อนอย่างสุดๆ เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้ว่าธรรมชาติของร่างกายเราต้องการการนอนมากแค่ไหน

ความหวานทำเหตุ น้ำตาล คือศัตรูตัวสำคัญของผิว เพราะมันจะทำให้ผิวพรรณดูหม่นหมอง และเหี่ยวย่น ได้ง่ายๆ เนื่องจากมันจะไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งคงความกระชับให้ผิวพรรณ เพราะฉะนั้นคุณควรจำกัดน้ำตาล โดยไม่ควรกินเกิน 10% ของแคลอรีที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน ซึ่งน้ำตาลที่ว่าอาจจะเป็นน้ำตาลที่แฝงอยู่ในขนม เครื่องดื่มต่างๆ ที่คุณอาจคาดไม่ถึงด้วยซ้ำ
เสียง ที่ดังเกินไปจากสิ่งที่คุณฟังทุกๆ วัน ย่อมส่งผลกระทบต่อประสาทหูของคุณอย่างแน่นอน เพียงแค่คุณเปิดเสียงที่ระดับ 50% ความดังของเสียงก็พุ่งถึง 101 เดซิเบล ซึ่งใครที่ชอบฟังเพลงเสียงดังๆ อาการหูดับอาจจะถามหาได้ ทำให้เวลาที่ใครพูดคุณต้องเงี่ยหูฟัง หรือให้เขาพูดดังๆ อีกหลายรอบ กลายเป็นคนหูตึงเหมือนคนแก่ก็เป็นได้

ไม่ชอบกินผักและผลไม้ คุณ สามารถดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เพราะในผักและผลไม้มีพลังต่อสู้กับสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของ ผิวและร่างกายที่จะทำให้คุณดูแก่ขึ้น โดยสารอนุมูลอิสระยังมีส่วนทำลาย เซลล์ต่างๆ ที่ทำให้คุณเป็นโรคมะเร็งได้อีกต่างหาก ทางที่ดีที่สุดควรหันมากินผักและผลไม้ เพื่อความ อ่อนเยาว์ของผิวพรรณและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกันค่ะ

ห่างหายจากการเจอเพื่อน มีผลการศึกษาระบุว่า ความสุขและความพึงพอใจในมิตรภาพระหว่าง เพื่อน สามารถทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น เพราะความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนจะส่งผลต่อจิตใจ ช่วยให้คุณ ไม่หดหู่ ซึมเศร้า ลดโอกาสเสี่ยงของโรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพในด้านต่างๆ
เพราะฉะนั้นใครที่ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนเก่ามานาน หาเวลาว่างไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ บ้างนะจ๊ะ




ขอขอบคุณ : นิตยสารเปรียว

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ดูแลผิวกันแบบประหยัดกันคร้า

ห่างหายกันไปสักพักแต่ตอนนี้กลับมาแล้วคะ มาดูแลผิวกันดีกว่าแบบสบายๆ กระเป๋ากันเก็บเงินไว้ช็อปปีใหม่กันดีกว่า อิอิ บ้านเรา ลมหนาวมา พาชื่นใจ แต่อากาศแห้งก็ทำร้ายผิวได้มาก ผิวใสจะกลายเป็นผิวขุย ต้องป้องกันหมดฝน เริ่มต้นฤดูกาลสดใสของบ้านเรา ทั้งท่องเที่ยวธุรกิจการค้า ต่างคึกคักดูดเงินจากกระเป๋าของเรา สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ต้องยับยั้งชั่งใจให้มาก แต่ผิวใสก็ต้องไม่ถอยหนี เพียงแต่เลือกซื้อเลือกใช้ให้เหมาะกับเงินในกระเป๋า

ผิวใส หน้าหนาว ในแบบประหยัด


อากาศที่แห้ง ทำให้ความชุ่มชื้นของผิวลดลง วิธีการปฏิบัติตนให้ผิวใสรับหน้าหนาว
1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ
อากาศเย็น หลายคนลดการดื่มน้ำลง ไม่อยากเข้าห้องน้ำบ่อยๆ แต่อย่าลืมว่าน้ำคือส่วนประกอบสำคัญ 70% ของร่างกายเรา ดื่มให้พอเหมาะ ร่างกายจะปรับตัวเอง ดูว่าตัวเองดื่มน้ำเพียงพอไหม ให้ดูจากสีปัสสาวะ ถ้าเข้มเหลืองเกินไป แปลว่า ร่างกายคุณต้องการน้ำ เซลล์ที่ไม่ขาดน้ำก็ทำให้ผิวเราไม่แห้งไม่ตึงโดยธรรมชาติ
2. ฉลาดเลือกครีมบำรุง
ครีมทาผิว ครีมทาหน้า ราคาถูกมากๆ หรือราคาปานกลางมักจะมีส่วนผสมของน้ำมันปิโตรเลียมที่เรารู้จักกันดีว่า Mineral Oil น้ำมันแร่ หน้าที่ของมันคืออุดปิดผิวเราเคลือบด้วยน้ำมัน แต่ไม่ได้ทำให้ผิวเราชุ่มชื้นขี้นมาเลย คุณทาแล้วอาจต้องทาซ้ำ โดยรวมอาจเปลืองกว่าครีมที่ราคาสูงกว่า ควรเลือกครีมบำรุงที่ระบุส่วนผสมสำคัญ เช่น Humectant กรดไฮยารูโลนิค ซึ่งเป็นสารสำคัญในการสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยดึงเอาความชื้นจากอากาศ (ที่มีอยู่น้อยในหน้าหนาว) มาสู่ผิวเรา
3. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น
หน้าหนาวแบบนี้ เครื่องทำน้ำอุ่นมีโปรโมชั่นล่อใจมากมาย ลองถามคนที่เคยใช้แล้วสิ จากนั้นก็จะหายอยาก การอาบน้ำอุ่นให้ความสบายในขณะอาบ แต่ทำลายความชุ่มชื้นของผิวมหาศาล หน้าหนาวอากาศแห้งอยู่แล้ว อาบน้ำอุ่นซ้ำเข้าไปอีกคงได้แห้งกันแบบตกสะเก็ดแน่
เครื่องทำน้ำอุ่น ต้องเดินสายดินให้ปลอดภัย ส่วนเครื่องทำน้ำร้อนก็เป็นตัวกินไฟอย่างร้ายกาจ เอาเงินที่จ่ายไปซื้อครีมบำรุงดี ๆ หรือวิตามินเสริมดูจะคุ้มค่ากว่านะ
4.อย่าขัดผิวบ่อย 
หลายคนรู้สึกว่าเนื้อตัวไม่สะอาดเพราะไม่ได้ขัดสีฉวีวรรณ ก็เหมาะในยามที่เนื้อตัวเหนอะหนะ แต่หน้าหนาว อากาศแห้งลง ต้องลดการขัดผิวลง จากเดิมอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เหลือแค่หนึ่งก็ไม่ทำร้ายผิวจนเกินไป ส่วนผู้ที่ไม่รู้จักว่าขัดผิวเป็นอย่างไร ก็ลองปรนนิบัติตัวดูบ้าง
5. เลือกทานอาหารให้พลังงาน 
ทำไมคนเมืองหนาวมักมีขนาดมื้ออาหารใหญ่กว่าคนเมืองร้อน ก็เพราะต้องการพลังงานมาก อาหารบางประเทศก็อุดมด้วยเครื่องเทศ พริก ก็เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย หน้าหนาวบ้านเราก็มีอาหารไทยแบบเผ็ดร้อนเหมาะกับฤดูกาล เช่น อาหารหนักเครื่องเทศ ต้มยำกุ้ง ที่มีทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนู
6. ครีมกันแดดจำเป็นที่สุด
เลิกคิดว่าครีมกันแดดมีหน้าที่แค่กันไม่ให้หน้าดำ แต่หน้าที่หลักของมันคือ ปกป้องตัวทำให้ผิวเราเหี่ยวย่นก็คือ UVA เป็นตัวอนุมูลอิสระเร่งให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและสร้างริ้วรอยได้อย่างรวดเร็ว หน้าหนาว ท้องฟ้าโปร่ง แดดแรงกว่าปกติ พลาดลืมกันแดด หน้าใส ๆ ที่เคยภูมิใจอาจกลายเป็นเปาบุ้นจิ้นได้ในพริบตา
7. เลือกเสริมวิตามิน
สำหรับคนที่พิถีพิถันกับผิวมากขึ้นไปอีก ความสวยใสจากภายในก็สามารถเลือกเสริมได้ อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินสำหรับผิว เช่น วิตามินอี  แต่ถ้าอยากจะเสริมก็สามารถเพิ่มได้ วิตามินอี 200-400 IU ต่อวันหรือถ้าจะให้เกิดประโยชน์ได้หลายขนาน โอเมก้า 3 ก็เป็นตัวครอบจักรวาลเพราะผิวก็ใส หลอดเลือดก็สะอาด สมองก็แจ่มใส ผิวจะชุ่มชื้นขึ้นมาทันที
แต่สำหรับอีฟนิ่ง พริมโรส ไม่แนะนำให้กินอีกแล้วเพราะมีผลงานวิจัยหลัง ๆ มา บอกถึงผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งนี้เพราะเรากินอาหารที่อุดมด้วยไขมันพืช สูงกว่าสมัยก่อน โอเมก้า 6 ในพริมโรส ราได้เพียงพอไม่ขาดแล้ว
8. ครีมบำรุงก่อนนอนต้องมี 
หน้าหนาวอากาศดี อาจจะไม่ได้เปิดแอร์นอน แต่จะเปิดหรือไม่เปิดก็ตาม อย่าปล่อยให้ผิวถูกทำลายความชุ่มชื้นในเวลาพักผ่อน เลือกครีมบำรุงที่ดีเหมาะกับผิว ที่เข้มข้นพอเหมาะ ดูง่ายๆว่าเหมาะหรือไม่ ตื่นนอนส่องดูหน้า ถ้าหน้ามันก็อาจจะใช้ครีมหนักไป หรือเข้มข้นเกินไป แต่ถ้าตื่นมาหน้าแห้ง ก็แสดงว่าความชุ่มชื้นที่ได้จากครีมไม่พอ ต้องเติม
ลองนำไปปฏิบัติตัวรับหน้าหนาว เป็นฤดูกาลที่ทุกคนเบิกบาน ถ้าปล่อยใบหน้าเป็นขุย ลอก แล้วจะไปโชว์ใครที่ไหนได้ คนใกล้ตัวเขาจะหนี คนห่างตัวก็ไม่มอง แล้วจะโทษใครดี
ขอขอบคุณที่มาจาก Never-age

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

 ฟอกฟันขาว ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องพึ่งหมอ

ฟอกฟันขาว

          วันนี้เรามาอัพเดทเกี่ยวกับสุขภาพฟันกันดีกว่าคะ รู้นะ ว่าคุณก็อยากมีฟันขาวใส ในเมื่อฟันสะอาดๆ ไม่เหลืองคล้ำนี่ล่ะ ที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งให้ ใครๆ ชวนรู้สึกประทับใจเพราะเวลาที่เราพูดก็เป็นสิ่งสำคัญที่คนจะต้องมองและก็ทำเองได้ง่ายจังคะ ไปดูกันเลยดีกว่า
แต่ทางเลือกสมัยนี้ก็มีไม่มากมายนัก นั่นคือการ ฟอกฟันขาว ที่นอกจากจะราคาสูงแล้ว ก็ยังทำให้ฟันชั้นนอกถูกลอกออกไป คราวนี้จะทานของเปรี้ยว ของเผ็ด ก็จะรู้สึกเสียวฟันเป็นธรรมดา เลยกลายเป็นว่า อยากมีฟันขาวแต่ชะลอๆ เวลาไว้ก่อน และยังมีหลายๆ คนแอบมองหาวิธีธรรมชาติไว้เป็นทางเลือก เอาเป็นว่าวิธีดีๆ นั้นมีแน่ แม้จะไม่ขาวใสวิ้งอย่างที่เราต้องการ แต่ก็ยังช่วยประหยัดทรัพย์ และทำเองได้แบบไม่ต้องพึ่งหมอ ไล่กันตามนี้เลย
Option 1: ยาสีฟัน+ เบกกิ้งโซดา
โชคดีขนาดไหน ที่สมัยนี้มียาสีฟันเป็นสิบๆ ชนิดให้เราเลือกช้อป และหากเป้าหมายคือฟันขาว ก็ควรเลือกยาสีฟันเฉพาะจุด หรือทำเองได้โดยการใช้เบกกิ้งโซดาที่แพทย์ยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูง วิธีคือบีบแตะกับแปรงสีฟันแล้วค่อยบีบยาสีฟันตาม จากนั้นนำมาแปรงตามปกติ
Option 2: เจลฟอกฟันขาว
ไม่ต้องเดินทางไปฟอกฟัน ก็ทำเองได้ที่บ้าน เพราะเดี๋ยวนี้มี เจลสำเร็จรูป (Bleaching Gel) ที่มีตัวยาอย่าง Hydrogen Peroxide หรือ Carbamide Peroxide ที่ทำให้ออกซิเจนในฟันเพิ่มขึ้น ฟันจึงขาวขึ้น สารสองตัวนี้อาจมาในรูปแบบอาจเป็นสติ๊กเกอร์แปะฟัน เป็นเจลที่ทาในถาดแล้วนำมาครอบฟัน หรือบางคนก็เอาสารตัวนี้เดี่ยวๆ ไปผสมน้ำยาบ้วนปากในอัตราส่วน 1:1
Option 3: ทานอาหารเสริมฟันขาว
อาหารที่ดีต่อสีฟันก็มี นั่นคือ สตรอเบอร์รี่ ที่มีสารเสริมฟันขาวโดยธรรมชาติขณะที่ทานเขาไป หรือให้ตรงจุดมากขึ้น โดยการบดให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบนฟัน หรือผสมกับยาแปรงสีฟันที่มีฟลูออไรด์เมื่อแปรงฟัน
Option 4: ยาสีฟันแบบไวท์เทนนิ่ง
เป็นวิธีที่เรียบง่ายที่สุด แต่อาจได้ผลลัพธ์ที่นาน เช่น 1 เดือนขึ้นไป แต่ก็มั่นใจได้ว่าปลอดภัย สบายๆ ไม่เคร่งเครียด ทางที่ดีควรใช้ไหมขัดฟันประกอบด้วย และดียิ่งขึ้นไปอีก หากเลี่ยงเลี่ยงน้ำดื่มสีๆ ทั้งหลาย ไม่ว่า ชา กาแฟ ไวน์ น้ำอัดลม เป็นต้น เพราะนี่คือสาเหตุของสีฟันที่คุณไม่ต้องการนั่นเอง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สบายอารมณ์
www.sabai-arom.com

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

    วันนี้ใครที่อยากหน้าเรียวกระชับได้รูปเพื่อเวลาแอ๊ปถ่ายรูปจะได้มีใบหน้าที่เป๊ะกว่าเดิมกันไงละจ๊ะ มาดูกันเลยคะเรามีเคล็ดลับดีๆ มาบอกกันจร้า....                                                     

"ลดหน้าบวม ด้วยแตงกวา"

    สาว ๆ คนใดที่ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่บวมเป่ง ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะวันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาใบหน้าบวมในยามตื่นนอนมาฝากกันค่ะ



          ปัญหาใบหน้าบวมยามตื่นนอนนั้น เป็นผลมาจากการทำงานของต่อมน้ำเหลืองที่ยังไม่ตื่นตัวพร้อมทำหน้าที่ ดังนั้นเราต้องช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองโดยการขยิบตาประมาณ 20 ครั้ง หรืออาจนำแตงกวาที่แช่เย็น มาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาวางไว้บนใบหน้าและดวงตา ทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที ใบหน้าและตาของคุณก็จะหายบวม กลับมาสดชื่นสดใสรับเช้าวันใหม่กันอีกครั้ง

    นอกจากนี้คุณอาจแก้ปัญหาหน้าบวมได้ด้วย วิธีการนวดระหว่างล้างหน้า โดยให้ใช้ปลายนิ้วนวดใบหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ ไล่ตั้งแต่ปลายคาง แก้ม และหน้าผาก แล้วขั้นตอนสุดท้ายให้ใช้นิ้วนางนวดรอบๆดวงตาของคุณ หากทำเป็นประจำทุก ๆ เช้า คุณก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับหน้าบวมอีกต่อไป         
                   
หรือใครอยากมีอุปกรณ์เสริมในการช่วยให้หน้ากระชับได้อีกละก็ช่วยได้คะ ขยันนวดเอง สินค้าจากKarmart shop
Face up Roller ลูกกลิ้งนวดหน้าเรียวเล็ก
ช่วยทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น กระชับขึ้น ฮิตมากๆในสาวญี่ปุ่น
ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณใบหน้าทำให้กล้ามเนื้อข้างแก้มกระชับขึ้น
ลดคาง 2 ชั้น เป็นลูกกลิ้งแบบ 2in1 ใช้นวดกระชับได้ทั้งใบหน้าและลำคอ
วิธีใช้   : เพียงใช้นวดวันละ 10-15 นาที ระหว่างดูทีวี หรือจะอ่านหนังสือ
นวดกลิ้งไปตามรูปใบหน้าทุกวัน คุณจะได้ใบหน้าที่เรียวขึ้นและกระชับขึ้น

                                                                                             

                                                                                              ขอขอบคุณที่มา: kapook      

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

    ลมหนาวใกล้จะมากันแล้วนะจ๊ะ วันนี้เลยมาบอกเรื่องการดูแลสุขภาพในหน้าหนาวกันสักหน่อยจร้า...

ลมหนาวมาแล้วจ้า!!! หลายคนคงได้สัมผัสกับลมหนาวกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ ถึงอากาศจะดีแค่ไหนก็อย่าเผลอตัวเผลอใจไปยืนรับลมหนาวจนไม่สบายเชียวนะคะ เพราะเดี๋ยวป่วยยาวไปถึงปีใหม่จะอดเที่ยวกันพอดี          เพื่อไม่ให้หน้าหนาวนี้ต้องมีใครนั่งสั่งน้ำมูกจนจมูกแดง หรือนอนซมพิษไข้อยู่แต่บ้าน เรามาเตรียมตัวฟิตสุขภาพให้ดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากันดีกว่า จะได้สนุกกับหน้าหนาวได้อย่างเต็มเหนี่ยวไปเลย           1. อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง อากาศแห้งเย็นมักจะทำให้ผิวเราแห้งกร้าน หรือแตกเป็นขุย ฉะนั้นครีมทาผิวจึงสำคัญค่ะ เลือกครีมที่มีส่วนประกอบของมอยเจอร์ไรเซอร์สูง หรือมีน้ำมันเล็กน้อย ครีมแบบนี้จะช่วยกักเก็บ และเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในช่วงหน้าหนาวได้เป็นเลิศ แต่สำหรับเจ้าตัวน้อย ก็ให้ใช้เบบี้ออยล์ทาผิวหลังอาบน้ำจะดีที่สุดค่ะ เพราะไม่ระคายเคืองผิว ไม่มีน้ำหอม แต่อย่าทาเยอะไปนะคะไม่งั้นลูก ๆ อาจจะกลายเป็นหมูน้อยอาบน้ำมันไปซะก่อน หรือคุณพ่อคุณแม่จะใช้ด้วยก็ได้ค่ะ

           2. ใส่ใจเรื่องอาหาร แน่นอนค่ะว่าเย็น ๆ หนาว ๆ แบบนี้ต้องคู่กับอาหารอุ่น ๆ ร้อน ๆ ดังนั้นควรเลือกทานอาหารร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ส่วนใครที่ยังชอบทานของเย็น ๆ พวกไอศกรีม น้ำแข็งใส หรือน้ำเย็น ๆ อยู่ล่ะก็ ลองลดลงบ้างค่ะ ถ้าไม่อยากเป็นหวัดหรือปวดท้อง เพราะกระเพาะและกล้ามเนื้อมีการหดตัวย่างรวดเร็วค่ะ

           3. ทำความสะอาดที่นอน อันนี้สำคัญค่ะ เพราะหน้าหนาวแบบนี้เราจะชอบซุกตัวกับที่นอนแบบสุขอุรากันเกินไป แต่ในหน้าหนาวแบบนี้ล่ะค่ะที่ชุดเครื่องนอนของเรามักจะมีกลิ่นอับ ไรฝุ่น ดังนั้นหมั่นเอาชุดเครื่องนอนทั้งหลายแหล่มาซักตาก หรือผึ่งแดดอยู่เสมอ เพราะในหน้าหนาวที่ผิวเราแห้งอยู่แล้ว เราอาจจะไปแพ้ไรฝุ่นจากที่นอนจนทำให้เกิดอาการคัน เป็นแผล หรือมีปัญหาโรคผิวหนังได้นะคะ

           4. ระวังโรคหน้าหนาวทั้งหลาย ไม่ว่าจะหวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส อุจจาระร่วง รวมไปถึงอาการผื่นคัน ไมเกรน ปวดเกร็งตะคริว ถ้าพบว่ามีอาการน่าสงสัย เช่น ตัวร้อนต่อเนื่องไข้ไม่ลด ท้องเสียต่อเนื่อง หรือผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลง ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน อาจจะดูจิตกจริตไปหน่อยแต่กันไว้ดีกว่าแก้เพราะโรคภัยสมัยนี้รุนแรงขึ้นทุก วันนะคะ

           5. อย่าใช้ยามั่ว ๆ ถ้าเกิดป่วยแบบไม่ทันตั้งตัว ไหนจะแพ้อากาศจามไม่หยุด น้ำมูกไหล เป็นหวัดตัวร้อน ผื่นคัน หรือผิวแห้งแตกรุนแรงจนมีอาการเจ็บหรือมีเลือดซึม อย่าหายามาใช้เองเชียวนะคะ ควรพบแพทย์เพื่อดูอาการ และรับยา เพราะยาตัวเดียวกันไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนที่แม้จะเหมือนอาการเหมือนกัน

           6. ชุดยังชีพ ไม่ ว่าจะเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ ถุงเท้า หรือแม้แต่ถุงมือ ของพวกนี้ต้องเตรียมไว้เสมอค่ะ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ถ้าอากาศหนาวมากก็ควรใส่ถุงเท้านอนตลอดค่ะ เพราะบริเวณเท้าเราจะรับความเย็นไว้มากที่สุด และจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ไม่สบายได้

           7. กระเป๋าน้ำร้อน ไม่ได้เวอร์นะคะ แต่ควรมีไว้บ้างถึงจะดี ปัจจุบันมีกระเป๋าน้ำร้อนขนาดพกพาเล็ก ๆ ถ้าวันไหนรู้สึกหนาวมากจนชุดยังชีพก็เอาไม่อยู่แล้ว ให้เทน้ำร้อนใส่กระเป๋านำร้อนแล้วพกติดตัวไปเลยค่ะ ถือไว้ให้อุ่นมือ หรือเอาไปซุกไว้ในตัวก็ช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้ดีค่ะ

           8. ออกกำลังกายอย่าได้ขาด หน้าหนาวแล้วก็อย่าฉวยโอกาสขี้เกียจไปออกกำลังกายนะคะ ยิ่งหนาวก็ยิ่งต้องออกกำลังกายให้ร่างกายได้อบอุ่น และแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าเราเอาแต่นอนซุกผ้าห่มสบายใจ ไหนจะอ้วนเอย ไหนกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงเอย แล้วยังจะให้รู้สึกเหนื่อยง่ายด้วย ดังนั้นออกกำลังกายกันเถอะค่ะ

           9. รักษาความสะอาดของร่างกาย ข้อนี้ขอไว้เลยว่าอย่าลืม ถึงจะหนาวแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำเสมอ เพราะร่างกายเราไปเจอสิ่งสกปรกภายนอกมาเยอะ อาจเกิดการสะสมเชื้อโรคจนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยได้ แต่ถ้าหนาวจนทนไม่ไหวจริง  ๆ ก็แนะนำให้ทำน้ำอุ่นผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายแทนได้ แต่อย่าทำบ่อยนะคะเพราะทางที่ดีที่สุดคือต้องอาบน้ำให้สะอาดค่ะ

          แค่นี้ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ ไม่ว่าจะทำหมดทุกข้อหรือเลือกทำแค่บางข้อ ก็ขอให้ทุกครอบครัวอบอุ่นแบบสุขภาพดีกันตลอดหน้าหนาวไปเลยค่ะ
momypedia


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


    สาวๆ จ๋าวันนีเราก็มีเทรนอัพเดสมาฝากกันง่าย DIY ทำได้เองที่บ้านจร้าเพื่อสครับผิวหน้าให้ใสขึ้นชุมชื่นขึ้นบวกความผ่อนคลายด้วยไปในตัวกับคุณ michelle phan กันคะ



ซึ้งๆ

สนุกดอลคอมwww.sanook.com