ข่าวไทยรัฐออนไลน์:: Breaking news

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

 ฟอกฟันขาว ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องพึ่งหมอ

ฟอกฟันขาว

          วันนี้เรามาอัพเดทเกี่ยวกับสุขภาพฟันกันดีกว่าคะ รู้นะ ว่าคุณก็อยากมีฟันขาวใส ในเมื่อฟันสะอาดๆ ไม่เหลืองคล้ำนี่ล่ะ ที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งให้ ใครๆ ชวนรู้สึกประทับใจเพราะเวลาที่เราพูดก็เป็นสิ่งสำคัญที่คนจะต้องมองและก็ทำเองได้ง่ายจังคะ ไปดูกันเลยดีกว่า
แต่ทางเลือกสมัยนี้ก็มีไม่มากมายนัก นั่นคือการ ฟอกฟันขาว ที่นอกจากจะราคาสูงแล้ว ก็ยังทำให้ฟันชั้นนอกถูกลอกออกไป คราวนี้จะทานของเปรี้ยว ของเผ็ด ก็จะรู้สึกเสียวฟันเป็นธรรมดา เลยกลายเป็นว่า อยากมีฟันขาวแต่ชะลอๆ เวลาไว้ก่อน และยังมีหลายๆ คนแอบมองหาวิธีธรรมชาติไว้เป็นทางเลือก เอาเป็นว่าวิธีดีๆ นั้นมีแน่ แม้จะไม่ขาวใสวิ้งอย่างที่เราต้องการ แต่ก็ยังช่วยประหยัดทรัพย์ และทำเองได้แบบไม่ต้องพึ่งหมอ ไล่กันตามนี้เลย
Option 1: ยาสีฟัน+ เบกกิ้งโซดา
โชคดีขนาดไหน ที่สมัยนี้มียาสีฟันเป็นสิบๆ ชนิดให้เราเลือกช้อป และหากเป้าหมายคือฟันขาว ก็ควรเลือกยาสีฟันเฉพาะจุด หรือทำเองได้โดยการใช้เบกกิ้งโซดาที่แพทย์ยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูง วิธีคือบีบแตะกับแปรงสีฟันแล้วค่อยบีบยาสีฟันตาม จากนั้นนำมาแปรงตามปกติ
Option 2: เจลฟอกฟันขาว
ไม่ต้องเดินทางไปฟอกฟัน ก็ทำเองได้ที่บ้าน เพราะเดี๋ยวนี้มี เจลสำเร็จรูป (Bleaching Gel) ที่มีตัวยาอย่าง Hydrogen Peroxide หรือ Carbamide Peroxide ที่ทำให้ออกซิเจนในฟันเพิ่มขึ้น ฟันจึงขาวขึ้น สารสองตัวนี้อาจมาในรูปแบบอาจเป็นสติ๊กเกอร์แปะฟัน เป็นเจลที่ทาในถาดแล้วนำมาครอบฟัน หรือบางคนก็เอาสารตัวนี้เดี่ยวๆ ไปผสมน้ำยาบ้วนปากในอัตราส่วน 1:1
Option 3: ทานอาหารเสริมฟันขาว
อาหารที่ดีต่อสีฟันก็มี นั่นคือ สตรอเบอร์รี่ ที่มีสารเสริมฟันขาวโดยธรรมชาติขณะที่ทานเขาไป หรือให้ตรงจุดมากขึ้น โดยการบดให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบนฟัน หรือผสมกับยาแปรงสีฟันที่มีฟลูออไรด์เมื่อแปรงฟัน
Option 4: ยาสีฟันแบบไวท์เทนนิ่ง
เป็นวิธีที่เรียบง่ายที่สุด แต่อาจได้ผลลัพธ์ที่นาน เช่น 1 เดือนขึ้นไป แต่ก็มั่นใจได้ว่าปลอดภัย สบายๆ ไม่เคร่งเครียด ทางที่ดีควรใช้ไหมขัดฟันประกอบด้วย และดียิ่งขึ้นไปอีก หากเลี่ยงเลี่ยงน้ำดื่มสีๆ ทั้งหลาย ไม่ว่า ชา กาแฟ ไวน์ น้ำอัดลม เป็นต้น เพราะนี่คือสาเหตุของสีฟันที่คุณไม่ต้องการนั่นเอง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สบายอารมณ์
www.sabai-arom.com

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

    วันนี้ใครที่อยากหน้าเรียวกระชับได้รูปเพื่อเวลาแอ๊ปถ่ายรูปจะได้มีใบหน้าที่เป๊ะกว่าเดิมกันไงละจ๊ะ มาดูกันเลยคะเรามีเคล็ดลับดีๆ มาบอกกันจร้า....                                                     

"ลดหน้าบวม ด้วยแตงกวา"

    สาว ๆ คนใดที่ตื่นเช้าขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่บวมเป่ง ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะวันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาใบหน้าบวมในยามตื่นนอนมาฝากกันค่ะ



          ปัญหาใบหน้าบวมยามตื่นนอนนั้น เป็นผลมาจากการทำงานของต่อมน้ำเหลืองที่ยังไม่ตื่นตัวพร้อมทำหน้าที่ ดังนั้นเราต้องช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองโดยการขยิบตาประมาณ 20 ครั้ง หรืออาจนำแตงกวาที่แช่เย็น มาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาวางไว้บนใบหน้าและดวงตา ทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที ใบหน้าและตาของคุณก็จะหายบวม กลับมาสดชื่นสดใสรับเช้าวันใหม่กันอีกครั้ง

    นอกจากนี้คุณอาจแก้ปัญหาหน้าบวมได้ด้วย วิธีการนวดระหว่างล้างหน้า โดยให้ใช้ปลายนิ้วนวดใบหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ ไล่ตั้งแต่ปลายคาง แก้ม และหน้าผาก แล้วขั้นตอนสุดท้ายให้ใช้นิ้วนางนวดรอบๆดวงตาของคุณ หากทำเป็นประจำทุก ๆ เช้า คุณก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับหน้าบวมอีกต่อไป         
                   
หรือใครอยากมีอุปกรณ์เสริมในการช่วยให้หน้ากระชับได้อีกละก็ช่วยได้คะ ขยันนวดเอง สินค้าจากKarmart shop
Face up Roller ลูกกลิ้งนวดหน้าเรียวเล็ก
ช่วยทำให้ใบหน้าเรียวขึ้น กระชับขึ้น ฮิตมากๆในสาวญี่ปุ่น
ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณใบหน้าทำให้กล้ามเนื้อข้างแก้มกระชับขึ้น
ลดคาง 2 ชั้น เป็นลูกกลิ้งแบบ 2in1 ใช้นวดกระชับได้ทั้งใบหน้าและลำคอ
วิธีใช้   : เพียงใช้นวดวันละ 10-15 นาที ระหว่างดูทีวี หรือจะอ่านหนังสือ
นวดกลิ้งไปตามรูปใบหน้าทุกวัน คุณจะได้ใบหน้าที่เรียวขึ้นและกระชับขึ้น

                                                                                             

                                                                                              ขอขอบคุณที่มา: kapook      

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

    ลมหนาวใกล้จะมากันแล้วนะจ๊ะ วันนี้เลยมาบอกเรื่องการดูแลสุขภาพในหน้าหนาวกันสักหน่อยจร้า...

ลมหนาวมาแล้วจ้า!!! หลายคนคงได้สัมผัสกับลมหนาวกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ ถึงอากาศจะดีแค่ไหนก็อย่าเผลอตัวเผลอใจไปยืนรับลมหนาวจนไม่สบายเชียวนะคะ เพราะเดี๋ยวป่วยยาวไปถึงปีใหม่จะอดเที่ยวกันพอดี          เพื่อไม่ให้หน้าหนาวนี้ต้องมีใครนั่งสั่งน้ำมูกจนจมูกแดง หรือนอนซมพิษไข้อยู่แต่บ้าน เรามาเตรียมตัวฟิตสุขภาพให้ดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากันดีกว่า จะได้สนุกกับหน้าหนาวได้อย่างเต็มเหนี่ยวไปเลย           1. อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง อากาศแห้งเย็นมักจะทำให้ผิวเราแห้งกร้าน หรือแตกเป็นขุย ฉะนั้นครีมทาผิวจึงสำคัญค่ะ เลือกครีมที่มีส่วนประกอบของมอยเจอร์ไรเซอร์สูง หรือมีน้ำมันเล็กน้อย ครีมแบบนี้จะช่วยกักเก็บ และเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในช่วงหน้าหนาวได้เป็นเลิศ แต่สำหรับเจ้าตัวน้อย ก็ให้ใช้เบบี้ออยล์ทาผิวหลังอาบน้ำจะดีที่สุดค่ะ เพราะไม่ระคายเคืองผิว ไม่มีน้ำหอม แต่อย่าทาเยอะไปนะคะไม่งั้นลูก ๆ อาจจะกลายเป็นหมูน้อยอาบน้ำมันไปซะก่อน หรือคุณพ่อคุณแม่จะใช้ด้วยก็ได้ค่ะ

           2. ใส่ใจเรื่องอาหาร แน่นอนค่ะว่าเย็น ๆ หนาว ๆ แบบนี้ต้องคู่กับอาหารอุ่น ๆ ร้อน ๆ ดังนั้นควรเลือกทานอาหารร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ส่วนใครที่ยังชอบทานของเย็น ๆ พวกไอศกรีม น้ำแข็งใส หรือน้ำเย็น ๆ อยู่ล่ะก็ ลองลดลงบ้างค่ะ ถ้าไม่อยากเป็นหวัดหรือปวดท้อง เพราะกระเพาะและกล้ามเนื้อมีการหดตัวย่างรวดเร็วค่ะ

           3. ทำความสะอาดที่นอน อันนี้สำคัญค่ะ เพราะหน้าหนาวแบบนี้เราจะชอบซุกตัวกับที่นอนแบบสุขอุรากันเกินไป แต่ในหน้าหนาวแบบนี้ล่ะค่ะที่ชุดเครื่องนอนของเรามักจะมีกลิ่นอับ ไรฝุ่น ดังนั้นหมั่นเอาชุดเครื่องนอนทั้งหลายแหล่มาซักตาก หรือผึ่งแดดอยู่เสมอ เพราะในหน้าหนาวที่ผิวเราแห้งอยู่แล้ว เราอาจจะไปแพ้ไรฝุ่นจากที่นอนจนทำให้เกิดอาการคัน เป็นแผล หรือมีปัญหาโรคผิวหนังได้นะคะ

           4. ระวังโรคหน้าหนาวทั้งหลาย ไม่ว่าจะหวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส อุจจาระร่วง รวมไปถึงอาการผื่นคัน ไมเกรน ปวดเกร็งตะคริว ถ้าพบว่ามีอาการน่าสงสัย เช่น ตัวร้อนต่อเนื่องไข้ไม่ลด ท้องเสียต่อเนื่อง หรือผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลง ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน อาจจะดูจิตกจริตไปหน่อยแต่กันไว้ดีกว่าแก้เพราะโรคภัยสมัยนี้รุนแรงขึ้นทุก วันนะคะ

           5. อย่าใช้ยามั่ว ๆ ถ้าเกิดป่วยแบบไม่ทันตั้งตัว ไหนจะแพ้อากาศจามไม่หยุด น้ำมูกไหล เป็นหวัดตัวร้อน ผื่นคัน หรือผิวแห้งแตกรุนแรงจนมีอาการเจ็บหรือมีเลือดซึม อย่าหายามาใช้เองเชียวนะคะ ควรพบแพทย์เพื่อดูอาการ และรับยา เพราะยาตัวเดียวกันไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนที่แม้จะเหมือนอาการเหมือนกัน

           6. ชุดยังชีพ ไม่ ว่าจะเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ ถุงเท้า หรือแม้แต่ถุงมือ ของพวกนี้ต้องเตรียมไว้เสมอค่ะ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ถ้าอากาศหนาวมากก็ควรใส่ถุงเท้านอนตลอดค่ะ เพราะบริเวณเท้าเราจะรับความเย็นไว้มากที่สุด และจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ไม่สบายได้

           7. กระเป๋าน้ำร้อน ไม่ได้เวอร์นะคะ แต่ควรมีไว้บ้างถึงจะดี ปัจจุบันมีกระเป๋าน้ำร้อนขนาดพกพาเล็ก ๆ ถ้าวันไหนรู้สึกหนาวมากจนชุดยังชีพก็เอาไม่อยู่แล้ว ให้เทน้ำร้อนใส่กระเป๋านำร้อนแล้วพกติดตัวไปเลยค่ะ ถือไว้ให้อุ่นมือ หรือเอาไปซุกไว้ในตัวก็ช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้ดีค่ะ

           8. ออกกำลังกายอย่าได้ขาด หน้าหนาวแล้วก็อย่าฉวยโอกาสขี้เกียจไปออกกำลังกายนะคะ ยิ่งหนาวก็ยิ่งต้องออกกำลังกายให้ร่างกายได้อบอุ่น และแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าเราเอาแต่นอนซุกผ้าห่มสบายใจ ไหนจะอ้วนเอย ไหนกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงเอย แล้วยังจะให้รู้สึกเหนื่อยง่ายด้วย ดังนั้นออกกำลังกายกันเถอะค่ะ

           9. รักษาความสะอาดของร่างกาย ข้อนี้ขอไว้เลยว่าอย่าลืม ถึงจะหนาวแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำเสมอ เพราะร่างกายเราไปเจอสิ่งสกปรกภายนอกมาเยอะ อาจเกิดการสะสมเชื้อโรคจนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยได้ แต่ถ้าหนาวจนทนไม่ไหวจริง  ๆ ก็แนะนำให้ทำน้ำอุ่นผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายแทนได้ แต่อย่าทำบ่อยนะคะเพราะทางที่ดีที่สุดคือต้องอาบน้ำให้สะอาดค่ะ

          แค่นี้ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ ไม่ว่าจะทำหมดทุกข้อหรือเลือกทำแค่บางข้อ ก็ขอให้ทุกครอบครัวอบอุ่นแบบสุขภาพดีกันตลอดหน้าหนาวไปเลยค่ะ
momypedia


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


    สาวๆ จ๋าวันนีเราก็มีเทรนอัพเดสมาฝากกันง่าย DIY ทำได้เองที่บ้านจร้าเพื่อสครับผิวหน้าให้ใสขึ้นชุมชื่นขึ้นบวกความผ่อนคลายด้วยไปในตัวกับคุณ michelle phan กันคะ



ซึ้งๆ

สนุกดอลคอมwww.sanook.com